โรงแรมรุจิรารีสอร์ท จัดรายการพิเศษให้ท่านได้ท่องเที่ยวแบบส่วนตัวกับครอบครัว เพื่อนสนิทหรือคนรู้ใจ
โดยที่ท่านสามารถจัดโปรแกรม หรือเลือกสถานที่ท่องเที่ยวได้เองตามที่ท่านต้องการ ทางโรงแรมยินดีให้คำปรึกษา
และจัดรถไว้บริการ รับ-ส่ง ท่านจากสนามบิน สถานนีขนส่ง และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ อย่างสะดวกสบายปลอดภัย
และเป็นกันเอง ในราคาประหยัด โดยที่ท่านไม่ต้องขับรถมาเอง ในสภาวะน้ำ้มันแพง เพื่อช่วยกันลดภาระโลกร้อน
ที่ |
สถานที่ท่องเที่ยว |
เวลา |
1 ท่าน |
2 ท่าน |
3-4 ท่าน |
หมายเหตุ |
1 |
ไหว้พระ 9 วัด เมืองเก่าเชียงแสน |
ครึ่งวัน |
600 |
400 |
300 |
เฉพาะค่ารถบริการ |
2 |
ย้อนอดีตมองอนาคตเมืองเชียงแสน
เมืองเก่าเชียงแสน สามเหลี่ยมทองคำ หอฝิ่น |
1 วัน |
1,000 |
600 |
400 |
เฉพาะค่ารถบริการ |
3 |
เยี่ยมเยือน 3 ประเทศ ใน 1 วัน
เชียงแสน สามเหลี่ยมทองคำ แม่สาย (ไทย)
เกาะดอนซาว (ลาว) ท่าขี้เหล็ก (พม่า) |
1 วัน |
1,500 |
900 |
600 |
เฉพาะค่ารถบริการ |
4 |
1 วัน ในเชียงราย
วัดพระแก้ว วัดพระสิงห์ วัดร่องขุ่น พิพิธภัณฑ์อูบคำ
พิพิธภัณฑ์ชาวเขา สวนตุงไร่แม่ฟ้าหลวง |
1 วัน |
1,800 |
1,000 |
800 |
เฉพาะค่ารถบริการ |
5 |
ดอยตุง-ดอยเวา
พระตำหนักดอยตุง ถ้ำปลา ดอยเวา แม่สาย |
1 วัน |
2,000 |
1,200 |
900 |
เฉพาะค่ารถบริการ |
6 |
เชียงราย-เชียงแสน 3 ประเทศ
วัดพระแก้ว วัดพระสิงห์ วัดร่องขุ่น ดอยตุง
แม่สาย พม่า สามเหลี่ยมทองคำ เชียงแสน ลาว |
2 วัน
1 คืน |
4,000 |
2,200 |
1,600 |
เฉพาะค่ารถบริการ
รวมค่าที่พัก 1 คืน พร้อมอาหารเช้า
|
หมายเหต ราคาที่เสนอต่อ 1 ท่าน ทุกโปรแกรมท่านสามารถปรับเปลี่ยน เพิ่มเติมได้ตามความต้องการ
โปรแกรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย
ตัวอย่างโปรแกรมท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
โปรแกรมที่ 1 ย้อนอดีตมองอนาคตเมืองเชียงแสน
นำท่านย้อนเวลาหาอดีตเมืองโยนกนครราชธานีไชยบุรีศรีช้างแสน ที่มีประวัติศาสตร์มาช้านานตั่งแต่สมัยก่อน
พุทธกาล ชมโบราณสถานวัดเก่าแก่ 141วัดที่ยังคงร่องรอยแห่งอารยธรรมไม่แพ้เมืองมรดกโลกและร่วมกันมองหาอนาคตเมือง
เชียงแสนที่กำลังเปลี่ยนแปลง
09.00 น. - รับสมาชิกทัวร์ จากโรงแรมที่พักในอำเภอเชียงแสน
- เยี่ยมชมศูนย์บริการข้อมูลอำเภอเชียงแสน ชมวีดีทัศน์ประวัติศาสตร์เมืองเชียงแสน
- นั่งรถไฟฟ้าชมโบราณสถาน และวัดเก่าพร้อมการบรรยายจากมัคคุเทศก์ชุมชน
- ศึกษาประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐาน โบราณสถาน โบราณวัตถุ ชาติพันธุ์ ชีวิตความเป็นอยู่ของ
กลุ่มชนแถบลุ่มแม่น้ำโขงพร้อมการบรรยายจากวิทยากรที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเชียงแสน
- นมัสการหลวงพ่อผาเงาอันศักดิ์สิทธิ์ ชมทัศนียภาพลำน้ำโขงจากเจดีย์ และโบสถ์อันงดงาม
บนยอดดอย ของวัดพระธาตุผาเงา
12.00 น. - ลองลิ้มชิมรสอาหารพื้นเมือง ข้าวซอยน้ำเงี้ยวไส้อั่ว ที่ร้านจินดาน้ำเงี้ยว
13.00 น. - ชมการแสดงประวัติความเป็นมาของฝิ่นในโลก สงครามฝิ่น เส้นทางฝิ่นของประเทศไทยในอดีต
ที่หอฝิ่นสามเหลี่ยมทองคำ
15.00 น. - ชมสายน้ำโขงที่ไหลรินผ่านคาสิโนฝั่งพม่าบ่อนฝั่งลาวบนดอยภูเข้า นมัสการพระเจ้าล้านตื้อฝั่งไทย
- ผ่อนคลายด้วยการนวดคลายเส้น พร้อมชมวิถีชีวิตชาวเรือริมฝั่งลำน้ำโขง
18.00 น. - เดินทางกลับที่พัก
ทั้งหมดนี้สำหรับ 1 ท่าน 2,000 บาท, 2 ท่าน ท่านละ 1,400 บาท, 3-4 ท่าน ท่านละ 1,200 บาท
รวมค่ารถบริการ รถไฟฟ้า อาหารกลางวัน ค่าเข้าชมหอฝิ่น พิพิธภัณฑ์ (ไม่รวมค่านวดแผนโบราณ)
ย้อนมองร่องรอยในอดีตที่งดงาม ทิศทางในอนาคตของเมืองเชียงแสนที่กำลังจะเปลี่ยนแปลง
เป็นเมืองมรดกโลก เมืองท่องเที่ยว เมืองท่าขนถ่ายสินค้า เมืองผ่าน หรือบ่อนคาสิโน
สนใจร่วม ย้อนอดีตมองอนาคตเมืองเชียงแสน
---------------------------------------------------------------------------------------------------
โปรแกรมที่ 2 ดูนก ชมไม้ ยามอาทิตย์อัสดง ที่ทะเลสาบเชียงแสน
สำหรับนักดูนก นักอนุรักษ์ นักถ่ายภาพ นักประวัติศาสตร์โบราณคดี รุจิรารีสอร์ทขอเชิญท่านย้อนอดีตสู่ดินแดนประวัติศาสตร์แห่ง
โยนกนครและสัมผัสธรรมชาติพื้นที่ชุ่มน้ำโลก ชมนกหายากกว่า 160 ชนิด และนกที่ยังไม่ถูกค้นพบท้าทายให้ท่านได้ค้นหาท่ามกลางบรรยากาศ
ของคิมหันฤดู ด้วยบริการอย่างมิตรภาพที่คุณประทับใจ
เช้าตรู่ 6.00 น. - จิบกาแฟยามเช้าท่ามกลางสายหมอกริมทะเลสาบ ณ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองบงคาย
- ศึกษานก พันธุ์พืช สัตว์น้ำชนิดต่างๆ และเทคนิคการถ่ายภาพนก จากวิทยากรของเขตห้ามล่าฯ
บนสะพานแห่งการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงท่านกับธรรมชาติของทะเลสาบไว้อย่างใกล้ชิด
- ส่องกล้อง ถ่ายภาพ ดูนกตามจุดต่างๆ
เที่ยงวัน 12.00 น. - ล่องเรือชมธรรมชาติรอบเกาะกลางทะเลสาบ พร้อมอาหารกลางวัน และเครื่องดื่มสมุนไพรสามรส
ยามบ่าย 13.00 น. - สัมผัสวิถีชีวิตในแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร
- ย้อนอดีตเมืองโบราณโยนกนครกับตำนานปลาไหลเผือกที่เวียงหนองหล่ม
- นมัสการพระธาตุศรีโยนก เพิ่มบารมี เสริมศิริมงคล
- เก็บภาพฝูงนกเป็ดน้ำอพยพนับหมื่นตัว บินทาบแสงตะวันที่กำลังลับขอบฟ้า หน้ารุจิรารีสอร์ท


ย่ำค่ำ 19.00 น. - ร่วมประเพณีต้อนรับของชาวเหนือ ด้วยอาหารเย็นแบบขันโตกดินเนอร์
หลังอาหาร 20.00 น. - แสดงผลงานภาพถ่ายของสมาชิก พร้อมกิจกรรมบันเทิง
ดึกแล้ว 21.00 น. - ชวนกันนอนนับดาวในคืนเดือนหงาย ภายในห้องพักแบบซีวิวของโรงแรมรุจิรารีสอร์ท
- เก็บความรู้สึกดีดี.....ประทับไว้ในความทรงจำตลอดไป........มิรู้ลืม........นอนหลับฝันดี.....ราตรีสวัสดิ์............
ทั้งหมดนี้ เพียงท่านละ 1,200 บาท สำหรับกรุ๊ปตั่งแต่ 6 ท่าน ขึ้นไป
สนใจร่วมกิจกรรม ดูนก ชมไม้ ยามอาทิตย์อัสดง ที่ทะเลสาบเชียงแสน
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
โปรแกรมที่ 3 เที่ยว 3ประเทศ ที่จังหวัดเชียงราย
เที่ยวเมืองเก่า เล่าเรื่องฝิ่น เยือนลาว เยี่ยมพม่า 2 วัน 1 คืน
วันที่ 1
07.00 น. รับจากท่ารถเชียงแสน (ตลาดสด) เข้าพักที่โรงแรมรุจิรารีสอร์ท
08.00 น. อาหารเช้า (ฟรี)
09.00 น. เที่ยวชมพระตำหนักดอยตุง และสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์
11.00 น. นมัสการพระธาตุดอยเว้า ชมทิวทัศน์เมืองท่าขี้เหล็กประเทศพม่า
12.00 น. อาหารกลางวันตามอัธยาศัย
13.00 น. เลือกซื้อของฝาก ของที่ระลึก จากตลาดแม่สายฝั่งไทย และตลาดท่าขี้เหล็กฝั่งพม่า
16.00 น. เยี่ยมชมวัดร่องขุ่น นมัสการพระแก้วมรกตที่วัดพระแก้ว
18.00 น. เที่ยวชมตลาดไนท์พลาซ่า เชียงราย และอาหารเย็นตามอัธยาศัย
19.00 น. กลับที่พักโรงแรมรุจิรารีสอร์ท
วันที่ 2
08.00 น. อาหารเช้า (ฟรี)
09.00 น. ชมวีดีทัศน์ เมืองเก่าเชียงแสน นั่งรถไฟฟ้าชมเมือง
10.00 น. นมัสการพระธาตุผาเงา และพระธาตุจอมกิตติ
12.00 น. ลองลิ้มชิมรส อาหารพื้นเมือง ข้าวซอย ไส้อั่ว ที่ร้านจินดาน้ำเงี้ยว (ตามอัธยาศัย)
13.00 น. นั่งเรือข้ามโขงเยือนแผ่นดินลาว ที่เกาะดอนซาว (ค่าเรือฟรี)
14.00 น. ชมบ้านฝิ่น (หอเล็ก ฟรี ) นมัสการพระเจ้าล้านตื้อ ชมทิวทัศน์ดินแดนสามเหลี่ยมทองคำ
17.00 น. ส่งขึ้นรถบัสปรับอากาศ VIP 24 ที่นั่ง ที่ท่ารถเชียงแสน
ทั้งหมดนี้ สำหรับ 1 ท่านราคา 4,800 บาท 2 ท่าน ท่านละ 2,800 บาท 3-4 ท่าน ท่านละ 2,200 บาท
ราคานี้ รวมค่ารถ รับ-ส่ง ค่ารถนำเที่ยว ค่าเรือ รถไฟฟ้า อาหารเช้า 2 มื้อ และค่าเข้าชมพระตำหนักดอยตุง บ้านฝิ่น (หอเล็ก)
โปรแกรมอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
สนใจ เที่ยวเมืองเก่า เล่าเรื่องฝิ่น เยือนลาว เยี่ยมพม่า 2 วัน 1 คืน
ติดต่อ คุณเอ็ม โทร. 089 4340 777
..........................................................................................................................................................
สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย
อำเภอเมือง
อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช
อยู่ที่ห้าแยกพ่อขุน พ่อขุนเม็งรายเป็นกษัตริย์องค์ที่ ๒๕ แห่งราชวงศ์ลัวะจังคราช เป็นโอรสของพญาลาวเม็ง และพระนางเทพคำขยาย
หรือพระนางอั้วมิ่งจอมเมือง ประสูติเมื่อวันอาทิตย์ แรม ๙ ค่ำ เดือนอ้าย ปีกุน พุทธศักราช ๑๗๘๒ เสด็จสวรรคตที่เมืองเชียงใหม่ใน พ. ศ. ๑๘๕๔
พ่อขุนเม็งรายได้สร้างเมืองเชียงรายขึ้นบนดอยทอง จากรากฐานเดิมที่เคยเป็นเมืองมาก่อน เมื่อ พ. ศ. ๑๘๐๕ ทรงเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ
์เม็งราย และรวบรวมบ้านเล็กเมืองน้อยเข้าเป็นอาณาจักรล้านนาไทยจนเจริญรุ่งเรืองถึงปัจจุบัน
วัดพระสิงห์
ถนนท่าหลวง ใกล้ศาลากลางจังหวัด เดิมเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์องค์ที่ประดิษฐานอยู่ ณ วิหารลายคำ วัดพระสิงห์ จังหวัดเชียงใหม่
ในปัจจุบัน ตามประวัติเล่าว่า เจ้ามหาพรหมพระอนุชาของพระเจ้ากือนา กษัตริย์ผู้ครองนครเชียงใหม่ ได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มาจากเมือง
กำแพงเพชรพระเจ้ากือนาได้โปรดฯ ให้ประดิษฐานไว้ ณ เมืองเชียงใหม่ ต่อมาพระเจ้ามหาพรหมทูลขอยืมพระพุทธสิหิงค์มาประดิษฐานไว้ท
ี่เมืองเชียงราย เพื่อหล่อจำลอง แต่เมื่อสิ้นบุญพระเจ้ากือนาและพระเจ้าแสนเมือง ราชนัดดาของพระองค์ได้เสด็จขึ้นครองเมืองเชียงใหม่
เจ้ามหาพรหม คิดจะชิงราชสมบัต ิจึงยกกองทัพจากเชียงรายไปประชิดเมืองเชียงใหม่ แต่เจ้าแสนเมืองก็สามารถป้องกันเมืองได้อีก ทั้งยกทัพ
ตีทัพเจ้ามหาพรหมมาถึงเชียงราย และครั้งนี้เองที่ทรงอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์คืนกลับไปประดิษฐานอยู่ที่วัดพระสิงห์เชียงใหม่สืบมาวัดพระสิงห์
์แห่งนี้ยังมีรอยพระพุทธบาทจำลองบนแผ่นศิลา สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพระเจ้าเม็งรายมหาราช นอกจากนั้นบานประตูยังออกแบบโดย
คุณ ถวัลย์ ดัชนีบอกเรื่องราวเกี่ยวกับดิน น้ำ ลม ไฟ แกะสลักโดยฝีมือช่างชาวเชียงราย โทร. ๐ ๕๓๗๔ ๕๐๓๘
วัดพระแก้ว
ถนนไตรรัตน์ เป็นวัดที่ค้นพบพระแก้วมรกต หรือพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรที่ประดิษฐานอยู่ ณ วัดพระแก้ว กรุงเทพฯ ในปัจจุบัน
ตามประวัติเล่าว่าเมื่อ พ.ศ. ๑๘๙๗ในสมัยพระเจ้าสามฝั่งแกนเป็นเจ้าเมืองเชียงใหม่นั้นฟ้าได้ผ่าเจดีย์ร้างองค์หนึ่งและได้พบพระพุทธรูปลงรัก
ปิดทองอยู่ภายในเจดีย์ ต่อมารักกะเทาะออก จึงได้พบว่าเป็นพระพุทธรูปสีเขียวสร้างด้วยหยกคือพระแก้วมรกตนั่นเองปัจจุบันชาวเชียงราย
ได้สร้างพระแก้วมรกตองค์ใหม่ขึ้นแทนเรียกว่าพระหยกเชียงราย หรือพระพุทธรตนากรนวุติวัสสานุสรณ์มงคล ซึ่งสร้างขึ้นในวโรกาสที่สมเด็จ
พระศรีนครินทราบรมราชชนนีมีพระชนมายุุุ ครบ ๙๐ พรรษา โทร. ๐ ๕๓๗๑ ๘๕๓๓
วัดร่องขุ่น
บ้านร่องขุ่น ริมถนนพหลโยธิน กิโลเมตรที่ ๘๑๖ ออกแบบและก่อสร้างโดย อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ พระอุโบสถตกแต่งด้วย
ลวดลายกระจกสีเงินแวววาว เป็นเชิงชั้นลดหลั่นกันไป หน้าบันประดับด้วยพญานาค มีงวงงาดูแปลกตา น่าสนใจมาก โดยเฉพาะภาพจิตรกรรม
ฝาผนังภายในพระ-อุโบสถ โทร./ โทรสาร ๐ ๕๓๖๗ ๓๕๗๙
ศูนย์ภาษาวัฒนธรรมจีนสิรินธร
ภายในมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ตั้งขึ้นด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน และมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
เพื่อเป็นที่ระลึกในโอกาสครบรอบ ๑๐๐ ปี แห่งวันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ให้เป็นเครื่องหมายแห่งมิตรภาพ
ระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ ศูนย์ฯ เป็นศูนย์กลางการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีนในประเทศไทยและในภูมิภาครวมทั้งเป็น
ศูนย์กลางแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมระหว่างประเทศจีน-ไทย ลักษณะสถาปัตยกรรมเป็นแบบจีนแท้มีสวนน้ำตรงกลางแบบซูโจว ออกแบบ
โดยสถาปนิกชาวจีนจากมณฑลเสฉวน วัสดุุกระเบื้องหลังคา รูปปั้นประดับหลังคา สิงโตแกะสลักด้วยหินอ่อนเฝ้าหน้าศูนย์นำมาจากประเทศ
จีนทั้งสิ้น ภายในอาคารจัดแสดงนิทรรศการภาพถ่ายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเยือนประเทศจีนและมีห้องสมุด
ให้ค้นคว้าอัตราค่าเข้าชม ๑๐ บาท โทร. ๐ ๕๓๙๑ ๗๐๙๓, www.mfu.ac.th
พิพิธภัณฑ์อูบคำ
เลขที่ ๘๑/๑ ถนนหน้าค่าย ตำบลรอบเวียง ติดกับตลาดสดเด่นห้า รวบรวมเครื่องใช้ในราชสำนักล้านนา เครื่องใช้ในราชสำนักคุ้มเจ้าแพร่
เครื่องใช้ในราชสำนักคุ้มเจ้าเชียงใหม่อายุประมาณ ๕๐๐-๑,๐๐๐ ปี ผ้าโบราณอายุ ๑๒๐ ปี ซิ่นไหมคำจากราชสำนักมัณฑเลย์ และที่สำคัญไม่ควร
พลาดชม คือ บัลลังก์กษัตริย์เป็นทองอร่าม ฉลองพระองค์ทองคำแท้ เครื่องประดับเงิน เป็นต้น อันแสดงถึงความยิ่งใหญ่ในอดีต โดยมีอาจารย์
จุลศักดิ์ สุริยไชย เป็นผู้รวบรวม เปิดทุกวัน เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๗.๐๐ น. ค่าเข้าชม ชาวไทย ผู้ใหญ่ ๒๐๐ บาท เด็ก ๑๐๐ บาท ชาวต่างประเทศ
ผู้ใหญ่ ๓๐๐ บาท เด็ก ๑๐๐ บาท พิพิธภัณฑ์นี้เป็นความตั้งใจของผู้รวบรวมที่จะเก็บของมีค่าสมัยล้านนาที่ไม่ได้อยู่ในแผ่นดินไทยให้กลับมาอยู่ใน
ผืนแผ่นดินไทย และเก็บไว้ให้ลูกหลานได้ศึกษาถึงความเป็นมาและความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรล้านนาในอดีต โทร . ๐ ๕๓๗๑ ๓๓๔๙
ไร่แม่ฟ้าหลวง
อยู่ห่างจากพิพิธภัณฑ์อูปคำไปอีก ๑ กิโลเมตร เดิมใช้จัดงานไหว้สาแม่ฟ้าหลวง เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งและสวนไม้ดอกไม้หอมหายาก
นานาชนิด มีหอคำซึ่งเป็นอาคารไม้สักที่รวบรวมสัตภัณฑ์หรือเชิงเทียนโบราณและเป็นที่ประดิษฐานพระพราโต้ พระไม้โบราณ เปิดให้เข้าชม
วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา ๑๐.๐๐-๑๘.๐๐ น. ค่าเข้าชม คนไทย ๑๕๐ บาท ต่างชาติ ๒๐๐ บาท โทร. ๐ ๕๓๗๑ ๑๙๖๘, ๐ ๕๓๗๑ ๖๖๐๕-๗
โทรสาร ๐ ๕๓๗๑ ๒๔๒๙
พิพิธภัณฑ์ชาวเขา
ถนนธนาลัย ดำเนินงานโดยสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชนจังหวัดเชียงราย จัดแสดงและฉายสไลด์วิถีชีวิตความเป็นอยู่ วัตถุสิ่งของ
เครื่องมือเครื่องใช้ ชุดแต่งกายประจำเผ่า รวมทั้งข้อมูลที่น่ารู้เกี่ยวกับชาวไทยภูเขา ๖ เผ่า คือ อาข่า ลีซอ กะเหรี่ยง มูเซอ เย้า และม้ง
เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา ๐๙.๐๐-๑๘.๐๐ น. ค่าเข้าชม ๕๐ บาท โทร. ๐ ๕๓๗๔ ๐๐๘๘, ๐ ๕๓๗๑ ๙๑๖๗
อำเภอแม่จัน
น้ำพุร้อนป่าตึงหรือน้ำพุร้อนห้วยหินฝน
จากสามแยกแม่จัน ไปตามถนนหมายเลข ๑๐๘๙แม่จัน-ท่าตอน ประมาณ ๗ กม. ในเขตตำบลป่าตึง บนเนื้อที่เกือบ 10 ไร่ โดยมี
บ่อน้ำพุร้อนขึ้นหลายจุด บางจุดพุ่งขึ้นสูงถึง 7 เมตร น้ำพุร้อนนี้เป็นน้ำร้อนที่ไหลขึ้นมาสม่ำเสมอ มีบริการห้องแช่ ๘ ห้อง คนละ ๓๐ บาท
ห้องตักอาบ ๖ ห้อง คนละ ๒๐ บาท โทร. ๐ ๕๓๗๗ ๒๕๗๗
ลานทองอุทยานวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง
ตั้งอยู่กิโลเมตรที่ ๑๓ บนทางหลวงหมายเลข ๑๐๘๙ สายแม่จัน - ท่าตอน ห่างจากตัวเมืองเชียงราย ๔๒ กิโลเมตร มีเนื้อที่กว่า
๔๐๐ ไร่ จัดเป็นหมู่บ้านวัฒนธรรม แสดงถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนบริเวณลุ่มแม่น้ำโขง ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นหุบเขา และลำห้วย
ขุนน้ำแม่จันมีอุทยานไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธุ์ห้อมล้อมด้วยไร่ชา และสวนดอกท้อ บนเนื้อที่กว่า ๔๐๐ ไร่ แสดงศิลปวัฒนธรรมจาก
ประเทศไทย ลาว จีน (ตอนใต้) พม่า เวียดนามและกัมพูชา พร้อมรับประทานอาหารเที่ยงเวลา ๑๒.๐๐-๑๓.๐๐ น. คนละ ๓๕๐ บาท
จัดแสดงรอบพิเศษไม่ต่ำกว่า ๓๐ คน เวลา ๑๘.๐๐-๑๙.๐๐ น. คนละ ๓๘๐ บาท มีที่พักบริการ โทร. ๐ ๕๓๗๑ ๐๘๘๑-๘
โทรสาร ๐ ๕๓๗๑ ๐๘๘๙
พิพิธภัณฑ์พระ
ตั้งอยู่ซ้ายมือบนถนนแม่จัน-เชียงแสน ๖ กิโลเมตร เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมสุดยอดพระพุทธรูปโบราณ และพระเครื่องทุกยุคสมัย
เช่น ทวารวดี เชียงแสน สุโขทัย อู่ทอง ลพบุรี อยุธยา และสิ่งศักดิ์สิทธิ์จากต่างประเทศอีกมากมาย เปิดให้เข้าชมทุกวัน
เวลา ๐๙.๐๐-๑๗.๐๐ น. ค่าเข้าชม ๑๐๐ บาท โทร. ๐ ๕๓๖๕ ๓๐๓๘-๙ โทรสาร ๐ ๕๓๖๕ ๓๐๔๐
อำเภอแม่ฟ้าหลวง
ดอยแม่สลอง
เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านสันติคิรี เดิมชื่อบ้านแม่สลองนอก เป็นชุมชนผู้อพยพจากกองพล ๙๓ ซึ่งอพยพจากประเทศพม่าเข้ามาในเขตไทย
จำนวนสองกองพันคือ กองพันที่ ๓ เข้ามาอยู่ที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ และกองพันที่ ๕ อยู่ที่บ้านแม่สลองนอก ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๔
ในเดือนธันวาคม ถึงกุมภาพันธ์ ดอกนางพญาเสือโคร่ง ซึ่งเป็นซากุระพันธุ์ที่เล็กที่สุด สีชมพูอมขาว จะบานสะพรั่งตลอดแนวทางขึ้นดอยแม่สลอง
เป็นพันธุ์ไม้ที่หาชมได้ยากในเมืองไทย เพราะเจริญเติบโตอยู่แต่เฉพาะในภูมิอากาศหนาวจัดเท่านั้น การเดินทาง ใช้เส้นทางเชียงราย-แม่จัน
เลยจากอำเภอแม่จันไป๑ กิโลเมตร มีทางแยกซ้ายไป ๑๒ กิโลเมตร ถึงศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา เลยจากศูนย์ฯไปอีก ๑๑ กิโลเมตร
เป็นหมู่บ้านผาเดื่อ ซึ่งเป็นจุดแวะชม และซื้อหัตถกรรมชาวเขา จากนั้นเดินทางจากบ้านเย้าถึงบ้านอีก้อสามแยก ทางขวาไปหมู่บ้านเทอดไทย
ส่วนแยกซ้ายไปดอยแม่สลอง ระยะทาง ๑๘ กม. รวมระยะทางจากเชียงราย ๔๒ กิโลเมตร เป็นทางลาดยางตลอดสาย และจากดอยแม่สลอง
มีถนนเชื่อมต่อไปถึงบ้านท่าตอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ระยะทาง ๔๕ กิโลเมตร ในกรณีไม่ได้ขับรถมาเองให้ขึ้นรถประจำทาง จากตัวเมือง
เชียงรายไปต่อรถสองแถวที่ปากทางขึ้นดอยแม่สลอง
จุดน่าสนใจบนดอยแม่สลอง ชมไร่ชาและศึกษาวิธีการผลิตชา ขี่ม้าชมทิวทัศน์รอบหมู่บ้านอาข่า (หมู่บ้านเจียงจาใส) และอนุสรณ์สถานอดีต
ทหารจีนคณะชาติภาคเหนือ ประเทศไทย ศึกษาเรื่องราวประวัติของชาวดอยแม่สลอง มีไกด์นำชม เปิดบริการทุกวัน เวลา ๐๘.๐๐-๑๗.๐๐ น.
ค่าเข้าชม ๒๐ บาทโทร. ๐ ๕๓๗๖ ๕๑๗๐, ๐ ๕๓๗๖ ๕๑๘๐
พระตำหนักดอยตุง
เคยเป็นที่ประทับแปรพระราชฐานเพื่อทรงงานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มีรูปทรงผสมผสานระหว่างศิลปะล้านนา
กับชาเลย์ของประเทศสวิสเซอร์แลนด ์มีการแกะสลักไม้ตามกาแล เชิงชายและขอบหน้าต่างเป็นลวดลายต่างๆ โดยฝีมือช่างชาวเหนือ
รอบ ๆ พระตำหนักมีสวนดอกไม้หลากพันธุ์ หลายสี ให้ความสวยงามสดชื่น โดยเฉพาะในฤดูหนาวจะเห็นหมอกจางๆ บริเวณยอดเขารอบๆ
พระตำหนัก มีเจ้าหน้าที่นำชมเป็นรอบ รอบละ ๒๐ นาที เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา๐๗.๐๐-๑๗.๓๐ น. ค่าเข้าชม ๗๐ บาท
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร . ๐ ๕๓๗๖ ๗๐๑๕-๗
สวนแม่ฟ้าหลวง
อยู่ด้านหน้าพระตำหนักดอยตุง มีเนื้อที่ประมาณ ๑๐ ไร่ เป็นสวนดอกไม้เมืองหนาว อาทิ ดอกซัลเวีย พิทูเนีย บีโกเนีย กุหลาบ
ดอกลำโพง ไม้มงคลต่างๆ ไม้ยืนต้นและซุ้มไม้เลี้อยอีกมากกว่า ๗๐ ชนิด รูปปั้นต่อเนื่อง ฝีมือของคุณมีเซียม ยิบอินซอย
เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา ๐๖.๓๐-๑๘.๐๐ น. ค่าเข้าชม ๘๐ บาท
หอพระราชประวัติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชนนี
เป็นอาคารแสดงพระราชประวัติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มีห้องจัดแสดงนิทรรศการ ๘ ห้อง เปิดให้เข้าชมทุกวัน
เวลา ๐๗.๐๐-๑๗.๐๐ น. ค่าเข้าชม ๓๐ บาท นอกจากนั้นยังมีร้านขายของที่ระลึก เสื้อผ้าไหม ผลิตภัณฑ์จากโครงการหลวงทั้งผักผลไม้ ดอกไม้ พันธุ์ไม้ต่างๆ ให้ซื้อกลับไปเป็นของฝาก นักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าชมทั้ง พระตำหนักดอยตุง สวนแม่ฟ้าหลวง และหอพระราช
ประวัติฯ จำหน่ายบัตรรวม ราคา ๑๕๐ บาท ซุ้มจำหน่ายบัตรเปิดเวลา ๐๖.๓๐-๑๘.๐๐ น. หลังเวลา ๑๗.๐๐ น. จำหน่ายเฉพาะบัตรชม
พระตำหนัก และสวนแม่ฟ้าหลวง
อำเภอแม่สาย
อำเภอแม่สาย
อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงราย ๖๑ กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข ๑๑๐ เป็นอำเภอเหนือสุดของประเทศไทย ติดกับจังหวัดท่าขี้เหล็ก
ของพม่า โดยมีแม่น้ำแม่สายเป็นพรมแดน มีสะพานเชื่อมเมืองทั้งสองเข้าด้วยกัน ทั้งชาวไทยและชาวพม่าเดินทางไปมาหาสู่ค้าขายกันได้โดยเสรี
นักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมเดินทางไปยังตลาดชายแดนแม่สายและท่าขี้เหล็กของพม่า เพื่อซื้อสินค้าพื้นเมืองและสินค้าราคาถูก เช่น สบู่พม่า
สมุนไพร เครื่องทองเหลือง ตะกร้า การข้ามไปท่าขี้เหล็กนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางเข้าเขตประเทศพม่าได้ทุกวัน ระหว่างเวลา ๐๖.๓๐-๑๘.๐๐น.
โดยใช้บัตรประชาชน หรือบัตรอื่นๆ ที่ทางราชการออกให้ ค่าบริการคนละ ๓๐ บาท ค่าผ่านแดนเข้าพม่า ๑๐ บาท สินค้าที่ไม่อนุญาต
ให้ซื้อเข้าไทย ได้แก่สินค้าจากซากสัตว์ป่า สุรา บุหรี่ต่างประเทศและซีดีอนาจาร หากซื้อมาเพื่อการค้าต้องเสียภาษีนำเข้าให้ถูกต้องด้วย
ด่านตรวจคนเข้าเมือง แม่สาย โทร. ๐ ๕๓๗๓ ๑๐๐๘ อำเภอแม่สาย โทร. ๐ ๕๓๗๓ ๓๒๓๓, ๐ ๕๓๗๓ ๑๓๙๖
พระธาตุดอยเวา
หมู่ที่ ๑ ตำบลแม่สาย บนดอยริมฝั่งแม่น้ำแม่สาย ตามประวัติกล่าวว่า พระองค์เวาหรือเว้าผู้ครองนครนาคพันธ์โยนก เป็นผู้สร้าง
เพื่อบรรจุุพระเกศาธาตุองค์หนึ่ง เมื่อ พ . ศ . ๓๖๔ นับเป็นพระบรมธาตุที่เก่าแก่องค์หนึ่งรองมาจากพระบรมธาตุดอยตุง
ถ้ำผาจม
หมู่ที่ ๑ ตำบลแม่สาย อยู่ห่างจากอำเภอแม่สายไปทางทิศเหนือประมาณ ๑ . ๕ กิโลเมตร ถ้ำผาจมตั้งอยู่บนดอยอีกลูกหนึ่ง
ทางทิศตะวันตกของดอยเวา ติดกับแม่น้ำสาย เคยเป็นสถานที่ซึ่งพระภิกษุสงฆ์นั่งบำเพ็ญเพียรภาวนา เช่น พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต
ปัจจุบันมีรูปปั้นของพระอาจารย์มั่นภูริทัตโต ประดิษฐานไว้บนดอยด้วย ภายในถ้ำผาจมมีหินงอกหินย้อยอยู่ตามผนังและเพดานถ้ำ
สวยงามวิจิตรตระการตา
ถ้ำปุ่ม ถ้ำปลา ถ้ำเสาหินพญานาค
ตั้งอยู่ที่ดอยจ้อง หมู่ที่ ๑๑ ตำบลโป่งผา ห่างจากอำเภอแม่สายไปทางทิศใต้ตามทางหลวงหมายเลข ๑๑๐ ประมาณ ๑๒ กิโลเมตร
มีทางแยกเข้าไปอีกประมาณ ๒ กิโลเมตร ดอยจ้องเป็นภูเขาหินปูน จึงประกอบด้วย ถ้ำหินงอก หินย้อย และทางน้ำไหลมากมาย
อำเภอเชียงแสน
อำเภอเชียงแสน
เป็นอำเภอเล็ก ๆ ริมฝั่งแม่น้ำโขง ห่างจากตัวเมืองเชียงรายประมาณ ๕๙ กิโลเมตร โดยแยกจากทางหลวงหมายเลข ๑๑๐
ที่อำเภอแม่จันไปตามทางหลวงหมายเลข ๑๐๑๖ ประมาณ ๓๑ กิโลเมตร เชียงแสนเป็นเมืองเก่าแก่มากแห่งหนึ่งในภาคเหนือ เดิมชื่อ
“เวียงหิรัญนครเงินยาง” แม้ปัจจุบันยังมีซากกำแพงเมืองโบราณ ๒ ชั้น และโบราณสถานหลายแห่งปรากฏอยู่ทั้งในและนอกตัวเมือง
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงแสน
เป็นแหล่งรวบรวมโบราณวัตถุที่ได้จากบริเวณเมืองโบราณเชียงแสนและพื้นที่ใกล้เคียง เช่น ลวดลายปูนปั้นฝีมือล้านนา
พระพุทธรูป และศิลาจารึกจากเชียงแสน และจากจังหวัดพะเยา พร้อมทั้งให้ข้อมูลทางด้านวิชาการเกี่ยวกับแหล่งโบราณคดี
การตั้งถิ่นฐานของชุมชนและประวัติิการสร้างเมืองเชียงแสน นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงศิลปะพื้นบ้านของชาวไทยใหญ่
ไทยลื้อและชาวเขาเผ่าต่างๆ เช่น เครื่องเขิน เครื่องดนตรี เครื่องประดับ เป็นต้น เปิดวันพุธ - อาทิตย์ ยกเว้นวันจันทร์ อังคาร
และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. ค่าเข้าชมชาวไทย ๑๐ บาท ชาวต่างประเทศ ๓๐ บาท
โทร. ๐ ๕๓๗๗ ๗๑๐๒ www.thailandmuseum.com
วัดพระธาตุเจดีย์หลวง
ตั้งอยู่ติดกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงแสน สร้างโดยพระเจ้าแสนภูเมื่อประมาณกลางพุทธศตวรรษที่ ๑๙ โบราณสถาน
ประกอบด้วยเจดีย์ประธานทรงระฆังแบบล้านนา เป็นเจดีย์ใหญ่ที่สุดในเชียงแสน นอกจากนี้ยังมีพระวิหารที่เก่ามากซึ่งพังทลาย
เกือบหมดแล้วและเจดีย์รายแบบต่างๆ ๔ องค์
วัดพระเจ้าล้านทอง
วัดนี้ตั้งอยู่ในเขตกำแพงเมือง เจ้าทองงั่ว ราชโอรสพระเจ้าติโลกราชเป็นผู้สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๐๓๒ ได้ทรงหล่อพระพุทธรูป
องค์หนึ่งหนักล้านทอง (๑,๒๐๐ กิโลกรัม) ขนานนามว่า พระเจ้าล้านทอง เป็นพระประธาน ในวัดนี้ยังมีพระพุทธรูปอีกองค์หนึ่ง
ได้มาจากวัดทองทิพย์ เรียกกันว่าพระเจ้าทองทิพย์ เป็นพระพุทธรูปทองเหลือง พระพักตร์งดงามมาก ลักษณะพระพุทธรูปศิลปสมัยสุโขทัย
วัดป่าสัก
อยู่ห่างจากอำเภอเชียงแสนประมาณ ๑ กิโลเมตร เขตตำบลเวียง พระเจ้าแสนภูทรงสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๑๘๓๘ และให้ปลูก
ต้นสักล้อมกำแพงจำนวน ๓๐๐ ต้น จึงได้ชื่อว่า “วัดป่าสัก” ทรงตั้งพระพุทธโฆษาจารย์เป็นสังฆราชจำพรรษา ณ อารามแห่งนี้ ภายในวัด
มีโบราณสถานที่สำคัญ คือ เจดีย์ประธานทรงมณฑปยอดระฆัง ตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้นอันวิจิตร เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
กระดูกตาตุ่มข้างขวาจากเมืองปาฏลีบุตร
วัดพระธาตุผาเงา
อยู่ห่างจากอำเภอเชียงแสนไปตามเส้นทางเชียงแสน - เชียงของ ประมาณ ๔ กิโลเมตร อยู่ตรงข้ามโรงเรียนสบคำเป็นสถานที่
ี่ปฏิบัติธรรมมีเจดีย์ทรงระฆังขนาดเล็กตั้งอยู่บนหินก้อนใหญ่ วิหารปัจจุบันสร้างทับซากวิหารเดิม บนยอดเขาข้างหลังวัดเป็นที่ตั้ง
พระบรมพุทธนิมิตเจดีย์ เป็นจุดที่มองเห็นทิวทัศน์สวยงามได้โดยรอบ
วัดพระธาตุจอมกิตติ
ิ ตั้งอยู่บนเนินเขานอกตัวเมืองถนนเลียบแม่น้ำเชียงแสน - เชียงของ ตามพงศาวดารกล่าวว่า พระเจ้าพังคราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้าง
เมื่อพ.ศ.๑๔๘๓ พร้อมกับพระธาตุจอมทอง เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ เป็นเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองสมัยเชียงแสน ต่อมาพระเจ้าสุวรรณคำล้าน
ได้บูรณะ และปฏิสังขรณ์ องค์พระธาตุใหม่ในราวพุทธศตวรรษที่ ๒๒-๒๓
ทะเลสาบเชียงแสน
หรือหนองบงคาย อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงแสนตามทางหลวงหมายเลข ๑๐๑๖ สายเชียงแสน - แม่จัน ไปประมาณ ๕ กิโลเมตร
เลี้ยวซ้ายกิโลเมตรที่๒๗ เข้าไปอีก ๒ กิโลเมตร ในฤดูหนาวจะมีฝูงนกน้ำอพยพมาอาศัยที่ทะเลสาบแห่งนี้ และยังมีทิวทัศน์สวยงามมาก
เวลาพระอาทิตย์ตก
สบรวก หรือ ดินแดนแห่งสามเหลี่ยมทองคำ
อยู่ห่างจากเชียงแสนไปทางทิศเหนือ ๙ กิโลเมตร ตามถนนเลียบริมแม่น้ำโขง สบรวกเป็นบริเวณที่แม่น้ำโขงซึ่งกั้นดินแดนระหว่าง
ประเทศไทย และประเทศลาว มาพบกับแม่น้ำรวกซึ่งกั้นดินแดนระหว่างประเทศไทยและประเทศพม่า จากจุดนี้นักท่องเที่ยวจะมองเห็นดินแดน
ที่เรียกกันว่า สามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งเชื่อมดินแดน ๓ ประเทศ คือไทย ลาว พม่า เข้าด้วยกัน ที่สบรวกมีบริการเรือให้เช่ เพื่อเดินทางไปชมทิวทัศน์
์บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ใช้เวลาเดินทาง ๒๐ นาที และยังสามารถเช่าเรือจากสบรวกไปยังเชียงแสนและเชียงของได้ ใช้เวลาในการเดินทาง
ประมาณ ๔๐ นาที และ ๑ ชั่วโมงครึ่งตามลำดับ
หอฝิ่นอุทยานสามเหลี่ยมทองคำ
ห่างจากอำเภอเชียงแสน ๙ กิโลเมตร เป็นสถานที่จัดแสดงถึงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของฝิ่นในสามเหลี่ยมทองคำ ต้นกำเนิดฝิ่น
สงครามฝิ่น ผู้นำฝิ่นเข้ามาในเอเชีย ผลกระทบของฝิ่น การยุติการดำรงชีวิตที่ต้องพึ่งพิงกับการปลูกฝิ่นและเสพฝิ่น การฟื้นฟูสภาพชีวิตประชาชน
ที่อาศัยอยู่บริเวณใจกลางสามเหลี่ยมทองคำของประเทศไทย เป็นการแสดงนิทรรศการพร้อมสัมผัสกับเรื่องราวต่างๆ ของฝิ่นแบบคล้ายจริง
ใช้เวลา ชมเรื่องราวต่างๆ ในหอฝิ่นประมาณ ๒-๓ ชั่วโมง เปิดวันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา ๐๘.๓๐-๑๖.๐๐ น. ค่าเข้าชม ชาวไทย ๒๐๐ บาท
ชาวต่างชาติ ๓๐๐ บาท เด็กอายุต่ำกว่า ๑๒ ปีเข้าชมฟรี ๑๒-๑๘ ปี ๕๐ บาท ผู้สูงอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป ๕๐ บาท รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ
โทร. ๐ ๕๓๗๘ ๔๔๔๔-๖
พิพิธภัณฑ์บ้านฝิ่น
เป็นของเอกชน เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา ๐๗.๐๐-๒๐.๐๐ น. ค่าเข้าชม ๕๐ บาท
พระธาตุดอยปูเข้า
ตามเส้นทางเชียงแสน - สบรวก แยกซ้ายก่อนถึงสามเหลี่ยมทองคำเล็กน้อย รถยนต์สามารถขึ้นไปถึงยอดเขา หรือจะเดินขึ้นบันได
พระธาตุดอยปูเข้านี้ สร้างขึ้นบนดอยเชียงเมี่ยง ริมปากน้ำรวก เมื่อ พ.ศ. ๑๓๐๒ ในสมัยพระยาลาวเก้าแก้วมาเมือง กษัตริย์องค์ที่ ๒ แห่งเวียงหิรัญ
นครเงินยาง โบราณสถานประกอบด้วยพระวิหาร และกลุ่มเจดีย์ที่พังทลาย ก่อด้วยอิฐมีร่องรอยการตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้น นอกจากนี้บนดอย
เชียงเมี่ยงยังเป็นจุดชมวิว สามารถมองเห็นสามเหลี่ยมทองคำได้ชัดเจน
อำเภอเชียงของ
ท่าเรือบั๊ค
จุดผ่านแดนถาวรระหว่างไทย - ลาว ริมฝั่งแม่น้ำโขง มองเห็นทิวทัศน์ของเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สาธารณรัฐประชาธิปไตย
ประชาชนลาวนักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถข้ามไปฝั่งลาวได้โดยติดต่อที่ว่าการอำเภอเชียงของ พร้อมรูปถ่าย ๑ นิ้ว ๒ รูป สำเนาบัตรประจำตัว
ประชาชน ๑ ชุด และค่าธรรมเนียม ๔๐ บาท หรือพาสปอร์ตโดยไม่ต้องทำวีซ่า สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศต้องขอวีซ่าจากสถานทูต
หรือจากด่านเชียงของได้เลย (ด่านเปิดทุกวัน เวลา ๐๖.๓๐ - ๑๘.๓๐ น.) จากจุดนี้สามารถเดินทางท่องเที่ยวโดยเรือไปถึงหลวงพระบาง สปป.ลาว
และกลับเข้าประเทศไทยที่จังหวัดหนองคายได้ ติดต่อ ด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงของ โทร. ๐ ๕๓๗๙ ๑๖๖๓,๐ ๕๓๗๙ ๑๓๓๒
หรือเชียงของการท่องเที่ยว โทร ๐ ๕๓๗๙ ๑๙๙๓
บ้านหาดบ้าย
ตั้งอยู่ระหว่างเส้นทางเชียงแสน - เชียงของ ถนนเลียบริมแม่น้ำโขง เป็นหมู่บ้านของชาวไทยลื้อมีขนบธรรมเนียมประเพณีงดงาม
น่าสนใจ โดยเฉพาะ ฝีมือการทอผ้าพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงจากอำเภอเชียงของ นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือหางยาวไปยังบ้านหาดบ้าย
โดยขึ้นเรือที่ท่าเรือบั๊คใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมง และยังได้ชมทัศนียภาพสองฝั่งโขงอันสวยงามอีกด้วย
อำเภอเวียงแก่น
ดอยผาตั้ง
อยู่ในความดูแลของกองทัพภาคที่ ๓ เป็นจุดชมวิวไทย- ลาว และเที่ยวชมทะเลหมอกได้ตลอดปี ในเดือนธันวาคมถึงมกราคม
มีดอกซากุระและดอกเสี้ยวบานสะพรั่งงดงาม เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวจีนฮ่อ ม้ง และเย้า โดยเฉพาะจีนฮ่อนั้น อดีตเคยเป็นส่วนหนึ่งของ
กองพล ๙๓ ซึ่งอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ดอยผาตั้งนี้ ปัจจุบันประกอบอาชีพทางการเกษตร ปลูกพืชเมืองหนาว เช่น บ๊วย ท้อ สาลี่ แอปเปิ้ล
และชา การเดินทางจากจังหวัดเชียงรายใช้เส้นทางเชียงราย - เวียงชัย - พญาเม็งราย - บ้านต้า ทางหลวงหมายเลข ๑๒๓๓, ๑๑๗๓ และ ๑๑๕๒
ระยะทาง ๕๐ กิโลเมตร บ้านต้า - บ้านท่าเจริญ ทางหลวงหมายเลข ๑๐๒๐ ระยะทาง ๔๕ กิโลเมตร บ้านท่าเจริญ - เวียงแก่น - ปางหัด
ทางหลวงหมายเลข ๑๑๕๕ ระยะทาง ๑๗ กิโลเมตร และปางหัด - ดอยผาตั้ง อีก ๑๕ กิโลเมตร แล้วเดินเท้าต่อไปอีกประมาณ ๑ กิโลเมตร
จึงจะถึงจุดชมวิว ๑๐๓ สภาพเส้นทางบางช่วงสูงชัน บนดอยผาตั้งมีที่พักสถานที่ี่กางเต็นท์และร้านอาหาร จุดบริการนักท่องเที่ยวดอยผาตั้ง
โทร. ๐ ๕๓๙๑ ๘๓๐๑ หรือ อบต.ปอ โทร. ๐ ๕๓๗๑ ๐๓๐๐, ๐ ๕๓๙๑ ๘๒๖
อำเภอเทิง
ภูชี้ฟ้า
เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้น อยู่ห่างจากดอยผาตั้ง ๒๕ กิโลเมตร มีลักษณะเป็นยอดเขาที่แหลมชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้า
อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ ๑,๖๒๘ เมตร โดยมีหน้าผาเป็นแนวยาวยื่นไปทางฝั่งประเทศลาว บนยอดภูชี้ฟ้าเป็นทุ่งหญ้ากว้าง
การเดินทาง สามารถเดินทางโดย รถยนต์ใช้เส้นทางเชียงราย-เทิง ระยะทาง ๖๔ กิโลเมตร และจากเทิง-บ้านยี้ ระยะทาง ๖ กิโลเมตร
เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวง หมายเลข ๑๑๕๕ ผ่านบ้านปางค่า บ้านเชงเม้ง เป็นทางราดยาง ถึงภูชี้ฟ้าระยะทาง ๔๒ กิโลเมตร หรือใช้เส้นทาง
หมายเลข ๑๐๒๑ สายเทิง - เชียงคำ - บ้านฮวก ก่อนถึงเชียงคำ ๖ กิโลเมตร มีทางแยกไปอุทยานแห่งชาติน้ำตกภูซางอีก ๑๙ กิโลเมตร
แล้วเดินทางต่อไปยังภูชี้ฟ้าอีก ๓๐กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถนำรถไปจอดไว้ที่ลานจอดรถวนอุทยานภูชี้ฟ้าแล้วเดินเท้าไปจุดชมวิว
ประมาณ ๗๐๐ เมตร นอกจากนี้ จากสถานีขนส่งเชียงรายมีรถโดยสารไปยังภูชี้ฟ้า รถออกเวลา ๑๒ . ๑๕ น . (เฉพาะฤดูหนาว) รายละเอียด
ติดต่อสถานีขนส่งเชียงราย โทร . ๐ ๕๓๗๑ ๑๒๒๔ ศูนย์ท่องเที่ยวภูชี้ฟ้า โทร. ๐ ๕๓๗๑ ๐๑๙๔-๖ อบต.ตับเต่า โทร. ๐ ๕๓๖๐ ๙๔๙๔
วนอุทยานภูชี้ฟ้า โทร. ๐ ๕๓๗๑ ๑๔๐๒, ๐ ๕๓๗๓ ๗๔๗๓